DARVO คืออะไร เมื่อเหยื่อกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาเขา

คุณบอกว่าเจ็บปวด แต่การสนทนาจบลงด้วยการที่คุณต้องปลอบเขาแทน

คุณพยายามพูดถึงปัญหา แต่สุดท้ายคุณกลายเป็นคนที่ต้องขอโทษ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ในความสัมพันธ์ของคุณ สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่อาจมีชื่อว่า DARVO และการรู้จักมันคือก้าวสำคัญในการหยุดโทษตัวเอง

DARVO คืออะไร

DARVO ย่อมาจาก Deny, Attack, Reverse Victim and Offender เป็นกลยุทธ์ที่ผู้กระทำในความสัมพันธ์เป็นพิษใช้เมื่อถูกเผชิญหน้ากับพฤติกรรมของตัวเอง

คำนี้ถูกนำเสนอครั้งแรกโดย Jennifer Freyd นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยออริกอน เพื่ออธิบายรูปแบบที่พบบ่อยในความสัมพันธ์ที่มีการทำร้ายกัน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญและไม่ใช่การตอบสนองตามธรรมชาติ มันคือกลยุทธ์ที่ทำงานอย่างเป็นระบบ

DARVO ทำงานในสามขั้นตอนต่อเนื่องกัน และถ้าคุณรู้จักมัน มันจะยากขึ้นมากที่จะถูกดึงเข้าไปในวงจรนั้น

3 ขั้นตอนของ DARVO ที่ต้องรู้จัก

1. Deny ปฏิเสธ

ขั้นแรกคือการปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ไม่ได้พูด หรือไม่ได้มีเจตนาแบบที่คุณบอก "ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น" "คุณจำผิดแน่ๆ" หรือ "คุณตีความมากเกินไป" เหล่านี้เป็นตัวอย่างของการปฏิเสธที่ทำให้คุณเริ่มสงสัยในความทรงจำของตัวเอง ซึ่งเชื่อมกับการ gaslightingที่มักมาคู่กัน

2. Attack โจมตี

หลังจากปฏิเสธ ขั้นต่อมาคือการโจมตีตัวคุณ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้น "คุณอ่อนไหวเกินไปเสมอ" "ทุกคนก็รู้ว่าคุณชอบสร้างปัญหา" หรือ "คุณพูดแบบนี้เพราะอยากทะเลาะ" เป้าหมายคือทำให้คุณต้องหันมาปกป้องตัวเองและลืมประเด็นเดิมที่คุณต้องการพูดถึง

3. Reverse Victim and Offender โยนความเป็นเหยื่อกลับ

ขั้นที่สามและสร้างความสับสนมากที่สุดคือการทำให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อของสถานการณ์ "ที่คุณพูดแบบนี้ทำให้ฉันเจ็บปวดมาก" "ฉันไม่เชื่อว่าคุณจะทำแบบนี้กับฉัน" หรือน้ำตาและการแสดงออกทางอารมณ์ที่ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำร้ายเขา ผลลัพธ์คือคุณกลายเป็นคนที่ต้องขอโทษและปลอบ แทนที่จะได้รับการรับฟัง

ตัวอย่างของ DARVO ในชีวิตจริง

ลองนึกภาพสถานการณ์นี้ คุณบอกว่าเจ็บปวดเมื่อเขาพูดดูถูกคุณต่อหน้าเพื่อน

เขาตอบว่า "ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น คุณจำผิด" นั่นคือ Deny

แล้วบอกว่า "คุณเป็นคนอ่อนไหวเกินไป ทุกคนก็รู้ ไม่มีใครเขาคิดแบบนั้น" นั่นคือ Attack

และสุดท้ายพูดว่า "ที่คุณทำแบบนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าคุณไม่ไว้ใจฉัน คุณทำฉันเจ็บปวดมากเลยนะ" นั่นคือ Reverse Victim and Offender

ผลลัพธ์คือคุณกลายเป็นคนที่ต้องขอโทษ ปัญหาเดิมถูกลืมไปโดยสมบูรณ์ และการสนทนาทุกครั้งจบลงแบบเดียวกัน

ทำไมฉันถึงเป็นคนผิดทุกที

เมื่อ DARVO เกิดขึ้นซ้ำๆ สมองของคุณเริ่มยอมรับรูปแบบนี้ว่าเป็นเรื่องปกติ คุณเริ่มเชื่อว่าตัวเองอ่อนไหวเกินไปจริงๆ จำผิดจริงๆ หรือพยายามสร้างปัญหาจริงๆ

ความรู้สึกที่เป็นคนผิดตลอดเวลาไม่ได้มาจากตัวคุณเอง มันมาจากรูปแบบที่ซ้ำๆ ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้คุณหยุดพูดถึงปัญหา เพราะทุกครั้งที่คุณพูด คุณเจ็บปวดมากกว่าเดิม

DARVO มักมาคู่กับการโยนความผิดผ่าน silent treatment เพราะทั้งสองรูปแบบมีเป้าหมายเดียวกันคือทำให้คุณหยุดพูดถึงปัญหา

วิธีรับมือคนที่ใช้ DARVO

1. รับรู้รูปแบบในระหว่างที่มันเกิดขึ้น

เมื่อไรก็ตามที่การสนทนาเปลี่ยนจากปัญหาของเขาไปเป็นปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว ให้สังเกตว่านั่นคือ DARVO กำลังเกิดขึ้น เมื่อคุณรู้จักมัน คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกสับสนอีกต่อไปว่าทำไมทุกการสนทนาจึงจบแบบเดิม

2. ไม่รับเหยื่อล่อในการปกป้องตัวเอง

อย่าเข้าไปปกป้องตัวเองหรืออธิบายว่าคุณไม่ได้เลวร้ายแค่ไหน การทำแบบนั้นจะทำให้การสนทนาออกห่างจากปัญหาเดิมมากขึ้น และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ

3. กลับมาที่ประเด็นเดิมอย่างสม่ำเสมอ

พูดซ้ำๆ ในสิ่งที่คุณต้องการพูด เช่น "ฉันเข้าใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร แต่ฉันยังต้องการพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน" การกลับมาที่ประเด็นเดิมอย่างสงบและสม่ำเสมอทำให้ DARVO ได้ผลน้อยลง

4. บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น

ถ้าเป็นไปได้ บันทึกการสนทนาหรือเขียนบันทึกหลังจากนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อช่วยให้คุณไม่สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะเมื่อ DARVO มาคู่กับ gaslighting ที่ทำให้คุณสงสัยในความทรงจำของตัวเอง

5. พูดคุยกับคนนอกความสัมพันธ์

มุมมองจากคนที่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นมาก เพราะเมื่ออยู่กลางวงจร DARVO มานาน มันยากที่จะเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องปกติ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DARVO

DARVO คืออะไร?
DARVO คือกลยุทธ์ที่ผู้กระทำในความสัมพันธ์ใช้เมื่อถูกเผชิญหน้า โดยการปฏิเสธ โจมตี และโยนความเป็นเหยื่อกลับ เพื่อทำให้เหยื่อกลายเป็นผู้ร้ายและหยุดพูดถึงปัญหา

ทำไมฉันถึงเป็นคนผิดทุกที?
เพราะ DARVO ออกแบบมาเพื่อให้คุณรับผิดชอบความเจ็บปวดของเขาแทนที่เขาจะรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง เมื่อมันเกิดขึ้นซ้ำๆ คุณจะเริ่มเชื่อว่าปัญหาคือคุณ

DARVO ต่างจาก gaslighting ยังไง?
DARVO เป็นกลยุทธ์เฉพาะในการรับมือเมื่อถูกเผชิญหน้า ส่วน gaslighting คือรูปแบบกว้างกว่าของการทำให้คุณสงสัยในการรับรู้ของตัวเอง ทั้งสองมักเกิดขึ้นพร้อมกันในความสัมพันธ์เป็นพิษ

วิธีรับมือคนที่ DARVO ทำอย่างไร?
รับรู้รูปแบบ ไม่รับเหยื่อล่อในการปกป้องตัวเอง กลับมาที่ประเด็นเดิม บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น และพูดคุยกับคนนอกความสัมพันธ์เพื่อมุมมองที่เป็นกลาง

DARVO เป็น red flag ไหม?
ใช่ DARVO เป็น red flag ที่ชัดเจนมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองและเลือกใช้การโจมตีเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบนั้น

สรุป

DARVO คือการโยนความผิดกลับที่ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองเป็นปัญหาทุกครั้งที่พยายามพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แฟนโยนความผิดให้ฉันตลอดเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า DARVO กำลังเกิดขึ้น และมันไม่ใช่เรื่องที่คุณเป็นคนผิด

ความรู้สึกของคุณจริง สิ่งที่คุณจำได้จริง และคุณมีสิทธิ์พูดถึงมันโดยไม่ต้องกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาเขา การรู้จัก DARVO ไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมด แต่มันทำให้คุณหยุดโทษตัวเองสำหรับสิ่งที่ไม่ใช่ความผิดของคุณ

เกี่ยวกับผู้เขียน

พี่โจ Solo Lab นักการตลาดออนไลน์และผู้สร้างคอนเทนต์ด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์เป็นพิษ ที่เชื่อว่าการทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์คือก้าวแรกของการเยียวยา ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Solo Lab